board_d_back.gif

 

 

 

การนำเข้าข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

การนำเข้าข้อมูล หมายถึง การกำหนดรหัสให้แก่ข้อมูล แล้วบันทึกข้อมูลเหล่านั้นลงในฐานข้อมูล ทั้งนี้ในการกำหนดรหัสข้อมูล (ตัวเลข) ที่ปราศจากที่ผิด (errors) เป็นงานสำคัญและซับซ้อนที่สุด รวมทั้งกระบวนการนำเข้าข้อมูลในแต่ละขั้นตอนจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้แน่ใจว่าฐานข้อมูลที่ได้นั้นมีจุดที่ผิดพลาดน้อยที่สุด

กระบวนการนำเข้าข้อมูลในระบบ GIS สามารถแบ่งได้ดังนี้

1) การนำเข้าข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial data)

2) การนำเข้าข้อมูลที่ไม่อยู่ในเชิงพื้นที่ (Non-Spatial data) เป็นข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute)

3) การเชื่อมโยงข้อมูลทางพื้นที่ (Spatial data) กับข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute)

1) การนำเข้าข้อมูลทางพื้นที่ (Spatial data)

วิธีการนำเข้าข้อมูลทางพื้นที่ใน GIS มิได้มีเพียงวิธีเดียว แต่มีหลายวิธีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาจใช้เพียงวิธีเดียวหรือใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ การเลือกวิธีการนำเข้าข้อมูลนั้นส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของแต่ละหน่วยงาน ลักษณะการใช้งาน งบประมาณที่มีอยู่ และชนิดของข้อมูลที่จะนำเข้า เช่น

1. การนำเข้าข้อมูลสู่ระบบเวกเตอร์ด้วยมือ

2. การนำเข้าข้อมูลสู่ระบบกริดด้วยมือ

3. การนำเข้าด้วยการดิจิไทซ์

4. การกราดตรวจอัตโนมัติ

1.1 การนำเข้าข้อมูลสู่ระบบเวกเตอร์ด้วยมือ

ข้อมูลพื้นฐานของระบบนี้คือ จุด เส้น และพื้นที่ ค่าพิกัดของข้อมูลที่ได้จากกริดอ้างอิงที่มีอยู่ในแผนที่ หรือได้จากการอ้างอิงจากกริดที่นำมาซ้อนบนแผนที่ ข้อมูลเหล่านี้อาจจะพิมพ์เข้าเครื่องเพื่อเก็บในแฟ้มข้อมูลธรรมดา หรือนำเข้าสู่โปรแกรมก็ได้

1.2 การนำเข้าข้อมูลสู่ระบบกริดด้วยมือ

สำหรับระบบกริดนั้น ทั้งจุด เส้น และพื้นที่ ล้วนแสดงด้วยช่องกริด เป็นวิธีการนำข้อมูลที่ง่ายที่สุด โดยมีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้

1.2.1 เลือกขนาดของช่องกริด (แรสเตอร์) แล้ววางแผ่นกริดโปร่งใสตามขนาดที่เลือกซ้อนบนแผนที่

1.2.2 กรอกค่าลักษณะประจำของแผนที่หนึ่งค่าต่อช่องกริดหนึ่งช่อง

1.2.3 พิมพ์เข้าแฟ้มข้อความในคอมพิวเตอร์

1.3 การนำเข้าด้วยการดิจิไทซ์ (Digitizing)

digitizr.jpg 303 x 216 พิกเซล 

ภาพจาก hoaaina.wcc.hawaii.edu/MAINmenu/facility.htm

ดิจิไทเซอร์ หรือ แท็ปเลต (Tablet) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่มักจะใช้ในงาน CAD/CAM มีลักษณะเป็น แผ่นสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากับจอภาพ และมีอุปกรณ์ชี้ตำแหน่ง คล้ายเมาส์วางบนแผ่นสี่เหลี่ยม เรียกว่า ทรานซดิวเซอร์ เมื่อเลื่อนตัวชี้ตำแหน่งไปบนกระดาน จะมีการส่งสัญญาณจาก ตะแกรงใต้แผ่นกระดาน ไปให้คอมพิวเตอร์

 1.4 การกราดตรวจอัติโนมัติ

เครื่องกราดตรวจอัติโนมัติ เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้สำหรับนำเข้าข้อมูล ซึ่งมีราคาแพง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กราดตรวจแผนที่ในแบบแรสเตอร์ และกลุ่มที่สามารถกราดเส้นโดยไล่ตามเส้นโดยตรง

1.4.1 เครื่องกราดตรวจแบบแรสเตอร์

1.4.2 เครื่องกราดตรวจเวกเตอร์

1.4.3 เครื่องกราดตรวจแผนที่ชนิดอื่น ๆ

1.4.4 เครื่องอ่านพิกัดแบบวีดีโอ

1.4.5  เครื่องวาดสเตริโอเชิงวิเคราะห์

1.5 ข้อมูลทางพื้นที่ที่อยู่ในรูปแบบแรสเตอร์เรียบร้อยแล้ว

เครื่องรับรู้ของดาวเทียมทุกชนิดและอุปกรณ์รับแสงหลายคลื่น (multispectral) ในเครื่องบินซึ่งใช้ในการสำรวจพื้นที่ระดับต่ำ ใช้เครื่องกราดตรวจในการสร้างภาพอิเล็คทรอนิกส์ของภูมิประเทศ ภาพอิเล็กทรอนิกส์สามารถส่งมายังสถานีรับภาคพื้นดินทางคลื่นวิทยุ หรือเก็บในสื่อแม่เหล็กก่อนที่จะแปลงเป็นภาพที่แลเห็นได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์
ข้อมูลที่กราดตรวจจากเครื่องรับรู้บนดาวเทียมและเครื่องบินอาจอยู่ในรูปจุดภาพ แต่รูปแบบอาจไม่ตรงกับรูปแบบที่ใช้ใน GIS จึงจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนหลายชนิดก่อนการประมวลผล เพื่อปรับความคมชัดและรูปร่างของจุดภาพและเส้นโครงแผนที่เพื่อให้แน่ใจว่าจะเข้ากันได้ในทางโทโพโลยีกับฐานข้อมูลใน GIS

1.6 แหล่งที่มาอื่น ๆ ของข้อมูลทางพื้นที่เชิงตัวเลข

1. ข้อมูลที่ได้จากการประมาณค่า (interpolated data) โดยอาศัยวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการประมาณค่าของสิ่งที่วัดได้เป็นตัวเลข ณ จุดตำแหน่งที่ไม่มีการไปเก็บข้อมูลโดยใช้ค่าสังเกตที่มีอยู่ที่จุดตำแหน่งอื่น ๆ

2. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสำมะโน รายการหมายเลขโทรศัพท์ เป็นข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางภูมิศาสตร์ภายในระบบ GIS แต่ไม่ได้อยู่ในรูปรหัสทางพื้นที่ แม้ว่าจะมีลักษณะทางพื้นที่ซึ่งแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด

  2) การนำเข้าข้อมูลที่ไม่อยู่ในเชิงพื้นที่ (Non-Spatial data) หรือข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data)

ข้อมูลที่ไม่อยู่ในเชิงพื้นที่ หรือข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data) ได้แก่ คุณสมบัติของเอนติตี้ทางพื้นที่ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดการใน GIS เช่น การดิจิไทซ์เส้นถนน เส้นถนนแต่ละประเภทอยู่ในรูปข้อมูลทางพื้นที่ของ GIS ซึ่งแสดงด้วยสี สัญลักษณ์ หรือตำแหน่งบนแผนที่ ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของถนน อาจรวมในสัญลักษณ์แผนที่ซึ่งมีอยู่ตามปกติอยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้งานต้องการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับความกว้างของถนน หรือความหนาของชั้นซีเมนต์ ชนิดของซีเมนต์ วิธีการสร้าง วันที่สร้าง ตำแหน่งของสี่แยกหรือไฟแดง เป็นต้น เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้มีเอนติตี้ทางพื้นที่ร่วมกัน เราจึงสามารถเก็บแยกและประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ต่างหากได้ โดยไม่รวมกับข้อมูลเชิงพื้นที่ หากเป็นข้อมูลประเภทขอบเขตการปกครองอาจจะใส่ข้อมูลเรื่องประชากรชาย หญิง และรายได้เฉลี่ย เป็นต้น

 3) การเชื่อมข้อมูลพื้นที่กับข้อมูลที่ไม่อิงพื้นที่

เราสามารถกำหนดเครื่องหมายประจำตัวให้แก่เอนติตี้กราฟิกโดยตรง ในการสร้างรูปหลายเหลี่ยม (polygon) จะต้องสร้างรูปหลายเหลี่ยมขึ้นก่อน จากนั้นจึงจะให้เครื่องหมายประจำตัวแก่รูปหลายเหลี่ยมเหล่านั้นโดยการดิจิไทซ์ข้อมูลเข้า
เมื่อนำเข้าข้อมูลทางพื้นที่และให้เครื่องหมายประจำเรียบร้อยแล้ว ควรมีการทวนสอบคุณภาพของข้อมูลด้วย โดยเฉพาะรหัสที่จะกำหนดเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลเชิงพื้นที่กับข้อมูลลักษณะ
ในการเชื่อมต่อข้อมูลนั้นสามารถสร้างตารางคำอธิบายเสริมขึ้นมาได้เป็นจำนวนมาก ในส่วนนี้จะต้องศึกษาทฤษฎีของการออกแบบและสร้างฐานข้อมูล (Database Design) เพื่อให้การสร้างฐานข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเชื่อมต่อข้อมูลเชิงพื้นที่เข้ากับข้อมูลเชิงคุณลักษณะนั้นจะสามารถทำได้โดยการเชื่อมต่อเพียงชั่วคราว หรือการทำให้เป็นการเชื่อมต่อแบบถาวรได้ โดยกระบวนการทาง GIS ซึ่งจะต้องคำนึงถึงขนาดของข้อมูลที่จะมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นไปด้วย
ฐานข้อมูลใหม่ในตารางใหม่ที่ได้นั้นสามารถนำไปใช้ในการสอบถามค้นหา หรือวิเคราะห์ในขั้นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากฐานข้อมูลนั้นมีความถูกต้องจากการเก็บรวบรวมอย่างมีประสิทธิภาพ

 ที่มา:       1. http://www.gis2me.com/gis/chap04b.htm
              2. www.gis2me.com/gis/chap04c.htm
             3. หนังสือ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อการประเมินค่าทรัพยากรที่ดิน, ศูนย์พัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ