ห้องสมุดประชาชนกรุงเทพฯ
นุช
24-11-2549
เวลา 16:44:14


พิมพ์
ช่วยตอบหน่อยนะค่ะว่าห้องสมุดประชาชนกรุงเทพฯ เขตไหนบ้างที่ควรจะได้รับการปรับปรุง และมีประเด็นปัญหาที่ท่านพบอะไรบ้างค่ะ (ใช้ทำวิทยานิพนธ์ค่ะ)<br>
ขอบคุณค่ะ

>> คลิกที่นี่ เพื่อแสดงความคิดเห็น

 ความคิดเห็นที่ 1

bam
00-00-543
เวลา 08:44:31


ห้องสมุดของกรุงเทพมหานครมีมากกว่า 20 แห่ง สนใจลองค้นข้อมูลได้ในหมวด gis application เลือกข้อมูลสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือ(http://www.bangkokgis.com/project/culture/)
 ความคิดเห็นที่ 2

bam
00-00-543
เวลา 08:50:44


ตอนนี้ที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างแล้วได้แก่<br>
ห้องสมุดแฟลตดินแดง ลองเข้าชมดูก็ได้นะคะ
 ความคิดเห็นที่ 3

bam
00-00-543
เวลา 10:23:44


พึ่งอ่านพบ :"ห้องสมุดลุมพินี-ซอยพระนาง...ห้องสมุดยุคไฮเทค" <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
ใบเบิกทางทำกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งการอ่าน-การเรียนรู้<br>
<br>
วันที่ 4 ธ.ค.นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯเป็นองค์ประธานเปิดใช้ห้องสมุดสวนลุมพินี ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ปรับโฉมให้เป็นห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ (Discovery Learning Library) <br>
<br>
“ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้” เกิดขึ้นภายใต้นโยบาย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ต้องการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตและด้านการศึกษา ส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีพัฒนาการที่ดี มีแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งการอ่านและการเรียนรู้ รณรงค์ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปรักการอ่าน โดยจะปรับปรุงห้องสมุด กทม. ที่มีอยู่ 20 แห่ง ให้ทันสมัย นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสืบค้นหาหนังสือ การยืมหนังสือ บัตรยืมจะเป็นสมาร์ทการ์ด แค่ผ่านเครื่องสแกน ทำให้ค้นหาและยืมหนังสือได้รวดเร็วกว่าเดิม แถมมีเครื่องสแกนป้องกันหนังสือหาย บรรยากาศภายในห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ จัดแต่งให้ทันสมัย อบอุ่น สดใส มีชีวิตชีวา ดึงดูดใจที่จะเข้าไปใช้บริการ ลบภาพความเก่าทรุดโทรม คร่ำครึ <br>
<br>
ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้นี้ เกิดขึ้นแล้ว 2 แห่ง ที่สวนลุมพินี และที่ซอยพระนาง ใช้งบปรับปรุงแห่งละประมาณ 10 ล้านบาท โดย ห้องสมุดที่สวนลุมพินี ตั้งอยู่ในบริเวณสวนลุมพินี ด้านหลังพระบรมรูป อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน ถือเป็นห้องสมุดแห่งแรกของ กทม. ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2499 กทม. ได้ปรับปรุงอาคารใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกคงความเป็นห้องสมุดแห่งแรกดูไทย ๆ ใช้สีนวลตา แต่ภายในตกแต่งอย่างทันสมัย แบ่งพื้นที่การใช้สอยเป็นโซนต่าง ๆ ตามความสนใจของผู้ใช้บริการ เช่น โซนนิทรรศการหนังสือใหม่ รับของฝาก โซนสงบ เพื่อค้นคว้าจากหนังสือทั่วไป โซนเรียนรู้และฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ โซนเด็กและเยาวชนทั่วไป และพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก พร้อมที่นั่งอ่านหนังสือเลือกได้ตามใจชอบ ทั้งนั่งอ่านบนพื้นไม้ เบาะนั่ง เก้าอี้ไม้ รวมไปถึงโซฟา ที่นี่มีหนังสือราว 3,000 เล่ม หลากหลายทุกสไตล์ ที่สำคัญยังมีห้องเก็บรวบรวมหนังสือทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เป็นหนังสือหายากที่เป็นเล่มโปรดของสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งรวบรวมหนังสือพระราชนิพนธ์ต่าง ๆ ไว้ครบครัน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 1,000-1,500 คนต่อวัน <br>
<br>
ส่วนห้องสมุดซอยพระนาง อยู่ปากซอยพระนาง (ซอยราชวิถี 4) ถนนราชวิถี เขตราชเทวี เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี 2512 ได้ปรับปรุงอาคารเดิมและทำทางเดินเชื่อมต่อกับอาคารใหม่ 3 ชั้น รูปลักษณ์ทันสมัยทั้งภายในและภายนอกอาคาร หวังดึงดูดใจกลุ่มวัยรุ่นที่มากวดวิชาย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ภายในอาคารแบ่งเป็นมุมต่าง ๆ ตามแต่ละชั้น ทั้งมุมต้อนรับและให้บริการ มุมแนะนำหนังสือ มุมอ่านหนังสือพิมพ์ และวารสาร มุมสำหรับเด็กเล็ก มุมบริการอินเทอร์เน็ต พื้นที่การอ่านสำหรับเยาวชน และประชาชนทั่วไป มุมฟังดนตรี มุมทำการบ้าน มุมกาแฟเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แถมยังมีห้องมินิเธียเตอร์ฉายภาพยนตร์ให้ชมด้วย ที่นี่มีหนังสือกว่า 20,000 เล่ม หลายหลากแบบเช่นกัน ทั้งหนังสือทั่วไป วิชาการ อ้างอิง นวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องแปล นิทาน การ์ตูน วารสาร และหนังสือพิมพ์ จะเปิด บริการปลายเดือน ธ.ค.นี้ ก่อนปรับปรุงมีผู้ใช้บริการราว 500-700 คนต่อวัน ทั้งนี้ปัจจุบันห้องสมุด กทม. เปิดบริการ วันอังคาร-เสาร์ เวลา 08.30-20.00 น. วันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ 09.00-17.00 น.<br>
<br>
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า แม้สถิติคนกรุงเทพฯ จะอ่านหนังสือกว่า 80% มากกว่าคนจังหวัดอื่น ๆ แต่จำนวนผู้ใช้ห้องสมุดก็ยังน้อยเพราะแต่ละปีมี 3 ล้านกว่าคนเท่านั้น หวังว่าเมื่อเปิดให้บริการห้องสมุดทั้ง 2 แห่งจะเพิ่มผู้ใช้บริการอีกเท่าตัว นอกจากนี้ กทม. จะเพิ่มห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้อีก 9 แห่ง ใช้งบแห่งละ 20 ล้านบาท อยู่ระหว่างก่อสร้าง 5 แห่งจะเปิดให้บริการกลางปีหน้า ได้แก่ เขตดุสิตที่บริเวณตรงข้ามสวนสาธารณะเกียกกาย เขตสะพานสูงที่สำนักงานเขตสะพานสูงเดิม (หมู่บ้านพฤกษชาติ) เขตทุ่งครุที่สวนธนบุรีรมย์ เขตลาดกระบังที่สวนสาธารณะพระนคร และเขตบางกะปิที่บริเวณเคหะชุมชนคลองจั่น แฟลต 23 ส่วนอีก 4 แห่งเตรียมประกวดราคาก่อสร้างได้แก่ เขตสายไหมที่บริเวณเคหะชุมชนออเงิน เขตมีนบุรีที่บริเวณกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เขตบางขุนเทียนที่สวนสมเด็จย่า และเขตบางบอนที่ศูนย์กีฬาบางบอน จะแล้วเสร็จเปิดให้บริการภายในปี 2550 รวมทั้งจะเพิ่มบ้านหนังสืออีก 50 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 23 แห่ง เพื่อจูงใจให้คนทุกวัยรักการอ่าน เพราะคนที่อ่านเยอะ จะคิดอะไรได้เยอะ มีความรู้รอบตัว และจะกลายเป็นคนที่ “คิดเป็น” นำความรู้ไปใช้ประโยชน์แก่ตนเองและสังคมที่ถูกต้อง รู้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทันต่อเหตุการณ์ของโลก แม้จะไม่ได้เข้าเรียนในสถาบันการศึกษา แต่หากคนไทยคิดเป็นประเทศชาติจะเจริญตามไปด้วย<br>
<br>
นอกจากนี้ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนหันไปใช้บริการ หลีกเลี่ยงจากสิ่งยั่วยุต่าง ๆ จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต.<br>
<br>
<br>
<br>
 ความคิดเห็นที่ 4


15-06-2552
เวลา 14:06:28


บ้า
 ความคิดเห็นที่ 5


15-06-2552
เวลา 14:06:29


บ้า
เชิญกรอกข้อความเพื่อตอบคำถาม หรือ แสดงความคิดเห็น 


แสดงความคิดเห็น
(จำเป็นต้องเป็นสมาชิก หรือ สมัครสมาชิกที่นี่ )

 ความคิดเห็น:

  username
  password ( สำหรับเจ้าหน้าที่ตอบจะขึ้น * โดย Webmaster )