การใช้งานโปรแกรม Autodesk MapGuide Author
1.ส่วนประกอบต่างๆที่สำคัญของ
Autodesk MapGuide Author
1.1หน้าหลัก จะประกอบไปด้วยเครื่องมือพื้นฐานทั่วไปของโปรแกรม GIS ในระบบปฏิบัติการ Window

หน้าแสดงแผนที่
![]()

รูปที่1 แสดงหน้าหลักของ Autodesk MapGuide Author
1.2 Map Window Properties
เป็นส่วนของการตั้งค่าคุณสมบัติการแสดงผลของโปรแกรม

รูปที่ 2 แสดงหน้าต่าง Map Window Properties
1.3
Map Layer Properties เป็นส่วนการตั้งค่าคุณสมบัติของชั้นข้อมูลต่างๆ
คุณสมบัตรของ Map
Layer Properties แบ่งเป็น 4 หมวด (ดูรูปที่ 3) ได้แก่
1) General : ลักษณะทั่วไปของชั้นข้อมูล(layer) เช่น ชื่อ คำอธิบาย การอนุญาติให้มีการเลือก(select)
2) Data Source : แหล่งข้อมูล การเชื่อมต่อข้อมูลจากฐานข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย
3) Styles : ออกแบบการแสดงผลของข้อมูล เช่น การเลือกใช้สี ลักษณะของเส้น การเลือกใช้ Symbol ลักษณะตัวอักษร เป็นต้น
4) Security : ระบบป้องกัน

รูปที่ 3 แสดงหน้าต่าง Map Layer Properties
![]()
2.การนำเข้าชั้นข้อมูล(layer)
1)
เปิดโปรแกรม
Autodesk mapGuide
Author แล้ว click
file เลือก NEW จะเป็นหน้าต่างที่มีแผนที่โลก
เป็นแผนที่อัตโนมัติที่โปรแกรมเลือกเปิดให้ ดังรูป

รูปที่ 4
หน้าแรกจากการเปิดใช้งานโปรแกรม
2)
Click ขวาที่ Map Layer --> New Layer --> เลือกชนิดของข้อมูล ในที่นี้เลือก Polygon จะปรากฏหน้าต่าง Map Layer Properties

รูปที่ 5
เลือกชนิดของข้อมูลที่จะนำเข้า
3)
ในหมวด
General มีตัวเลือกดังนี้
Layer Name : ชื่อชั้นข้อมูล
Legend Label : คำอธิบาย
Show label in Viewer Legend : เลือกให้มีการแสดงคำอธิบายในส่วนของการนำเสนอ
Dynamic map data : ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
เช่น อาคาร ที่ตั้งสถานที่ต่างๆ
Static map data : ข้อมูลที่คงที่ เช่น
เขตการปกครอง ถนน แม่น้ำ
Make map features selectable : ให้สามารถ Click เลือก Layer ดังกล่าวในแผนที่ได้

รูปที่ 6 หมวด General
4) ในหมวด Data Source มีตัวเลือกดังนี้
Map
server agent URL : เครื่อง Server ของแหล่งข้อมูล
ในที่นี้คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองที่มีเลข IP 100.10.10.239
SDP
Data Source : ข้อมูลประเภท SDP
Data Source : แฟ้มข้อมูลที่ Server อนุญาตให้ใช้ทรัพยากร ในที่นี้เลือก Health
Feature
table : ไฟล์ข้อมูลหรือชั้นข้อมูลที่ต้องการ ในที่นี้คือ district
Key column : เลือกฟิลด์ที่ต้องการให้เป็นตัวเชื่อมกับตารางข้อมูล
ส่วนใหญ่จะเป็น ID ของข้อมูลนั้นๆ
* โปรแกรม Autodesk MapGuide สามารถนำเข้าข้อมูลประเภท shapefile ได้

รูปที่ 7 หมวด Data Source
5) ในหมวด Styles มีตัวเลือกดังนี้
Display
ranges : มาตราส่วนที่ต้องการนำเสนอ ในที่นี้เลือกดีฟอลต์
Theme : รูปแบบการนำเสนอทางสถิติด้วยสี ในที่นี้ไม่เลือก
Styles : รูปแบบการนำเสนอแบบกำหนดเอง ในที่นี้เลือกสีเหลือง
Lebel map feature : การแสดงตัวอักษร ในที่นี้ไม่เลือก
อย่างไรก็ดี
ตัวเลือกในหมวด Styles
จะซับซ้อนและมีมากและมีการใช้เครื่องมือชนิดนี้บ่อยครั้ง เพราะจะเกี่ยวข้องกับการนำเสนอโดยตรง ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อต่อไป

รูปที่ 8 หมวด Styles
6)
เมื่อปรับแต่งคุณสมบัติเบื้องต้นแล้วเราจะมองไม่เห็นแผนที่พื้นที่เขตดังกล่าว
เพราะเป็นพื้นที่ขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับแผนที่โลก ดังนั้นให้ใช้เครื่องมือ
zoom
บริเวณพื้นที่ประเทศไทย
ก็จะมองเห็นพื้นที่เขตของกรุงเทพมหานคร (ดูรูปที่ 9 และ 10)

รูปที่ 9 การใช้เครื่องมือ zoom ให้เห็นพื้นที่ชัดเจนขึ้น

รูปที่ 10 พื้นที่เขตที่ได้จากการนำเข้าข้อมูล
![]()
3.การบันทึกและการเรียกใช้งานแผนที่ เราสามารถ save และเรียกใช้แผนที่ได้ 2 รูปแบบ คือ
3.1 การบันทึกและการเรียกใช้งานแผนที่เพียง layer ที่ต้องการ
ให้คลิ๊กขวาที่ layer ที่ต้องการจากนั้นเลือก save as map layer file แล้วตั้งชื่อ layer ตามต้องการ ในที่นี้ตั้งชื่อว่า district.mlf (mlf : map layer file เป็นชนิดของไฟล์ที่เก็บข้อมูลประเภท vector คล้ายกับ shapefile ของโปรแกรมตระกูล Arc)

รูปที่ 11 การตั้งชื่อ layer
สำหรับการเรียกใช้งาน layer ที่ต้องการให้คลิ๊กขวาที่ Map Layer -->Add Layer from file จากนั้นเลือก layer ที่ต้องการ

รูปที่ 12 การเรียกใช้งาน layer ที่ต้องการ
3.2 การบันทึกแผนที่ทั้งหมด เป็นการ save งานทั้งหมด และสามารถเรียกใช้งานเมื่อทำงานยังไม่เสร็จสิ้น
สามารถ save
งานได้ที่ File -->Save หรือใช้เครื่องมือ save จากนั้นตั้งชื่อ
ในที่นี้ตั้งชื่อว่า mywork.mwf (mwf : map window file เป็นชนิดของไฟล์ที่เก็บข้อมูลองค์ประกอบและคุณลักษณะทุกอย่างในขณะนั้น
คล้ายกับการ save project ของโปรแกรม
Arcview)

รูปที่ 13 การบันทึกแผนที่ทั้งหมด
สำหรับการเรียกใช้งานแผนที่ทั้งหมดให้ไปที่
File --> Open
จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการหรือใช้เครื่องมือ Open
ก็สามารถเรียกใช้งานแผนที่ได้
* ในบางครั้งเวลาทที่เรียกใช้งานแล้วแผนที่นั้นไม่อยู่ในมาตราส่วนเดิม เราสามารถตั้งค่าในส่วนนี้ก่อนจะทำการบันทึกข้อมูล ได้ดังนี้
1) zoom ในระดับที่ต้องการ
เช่น การ zoom ให้เห็นพื้นที่ของพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด
จากนั้น ใช้เครื่องมือ Properties
จะปรากฏหน้าต่าง Map Window Properties
2) ในหมวด General ให้เลือกที่

รูปที่ 14 การ Lock การแสดงผลในพื้นที่ที่ต้องการ
*
เราสามารถลบแผนที่โลกออกได้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจัดทำแผนที่
![]()
4. การปรับแต่ง Layer โดยการตั้งค่าจากคุณสมบัติ
การปรับแต่งเป็นหัวใจสำคัญในการใช้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้ ซึ่งอาจจะใช้ความรู้บางส่วนทางด้านวิชา Cartography (วิชาการแผนที่) คือ การนำเสนอแผนที่อย่างไรให้สวยงามและสื่อความหมาย ไดแก่ การใช้เส้น สี ตัวอักษร รูปภาพ เป็นต้น ซึ่งการที่จะนำเสนออย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ต้องการจะสื่อ และข้อจำกัดของตัวโปรแกรมเอง
สำหรับเครื่องมือการปรับแต่ง Layer ให้ คลิ๊กขวาที่ Layer ที่ต้องการ แล้วเลือก Properties จากนั้นเลือกหมวด Style

รูปที่ 15 เครื่องมือที่ใช้ในการปรับแต่งแผนที่
4.1 การปรับแต่งแบบกำหนดเอง เป็นการเลือกแสดงลักษณะของสีและเส้นโดยไม่ซับซ้อน โดยมีลักษณะสีและเส้นให้เลือกเหมือนกับโปรแกรม GIS โดยทั่วไป
วิธีปรับแต่งให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่
ส่วนแสดง Style ซึ่งจะแสดงตามชนิดของข้อมูล
จากนั้นจะมีเครื่องมือต่างๆให้เลือกใช้

รูปที่16 เครื่องมือปรับแต่งค่าสีและเส้น
4.2 การปรับแต่งโดยอ้างอิงข้อมูลจากตาราง เป็นการแสดงค่าสีตามลักษณะข้อมูลของตารางที่อ้างอิง เช่น แบ่งสีตามชื่อเขต แบ่งสีตามจำนวนประชากร เป็นต้น มีวิธีการดังนี้
1) ในหมวด Style ให้คลิ๊กเลือกเครื่องหมายถูกที่ Theme
2) เลือกรูปแบบการแสดงค่าทางสถิติ (ดูรูปที่ 17)
- Base on range of values : แสดงค่าไม่ให้ซ้ำกันแบบช่วง
- Base on individual of values : แสดงค่าไม่ให้ซ้ำกันทุกข้อมูล
ในที่นี้เลือก Base on individual of values
3) จากนั้นเลือกที่ Theme
Settings จะปรากฏหน้าต่าง Theme
Settings ซึ่งเป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล (data source) ที่จะใช้อ้างอิง
มีตัวเลือกดังนี้ (ดูรูปที่ 18)
-Data Source : แหล่งของข้อมูล หรือ folder ที่จัดเก็บข้อมูล
-Table : เลือก file ที่เก็บข้อมูลดังกล่าว ในที่นี้คือ District
-Key column : เลือกคอลัมน์หรือฟิลด์ที่จะเชื่อมความสัมพันธ์
-Theme column : เลือกคอลัมน์หรือฟิลด์ที่อ้างอิงในการแสดงผล ในที่นี้เลือก DNAME ซึ่งเป็นข้อมูลชื่อเขตต่างๆ
- Theme column type : เลือกชนิดของข้อมูลดังกล่าว ในที่นี้เป็นชนิด ข้อความ จึงให้เป็น String เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วเลือก OK
4)
ปุ่ม Theme Defaults จะactive ให้เลือก Theme Defaults จะปรากฏหน้าต่าง
5)
ให้เลือกสีที่จะแสดงผล โดยจะเป็นการไล่เฉดสี
ในที่นี้เลือกสีเขียวอ่อน (121) ไปหาสีเขียวเข้ม (110) (ดูรูปที่ 19)
6)
ที่หน้าต่าง Styles จะแสดงเฉดสีของแต่ละข้อมูล
จากนั้นเลือก OK แผนที่จะแสดงเฉดสีโดยอ้างอิงข้อมูลจากตารางข้อมูลดังกล่าว (ดูรูปที่20และ21))

รูปที่ 17 รูปแบบการแสดงค่าทางสถิติ

รูปที่ 18
เลือกข้อมูลตารางในการอ้างอิง

รูปที่ 19 เลือกสีที่จะแสดงผล

รูปที่ 20 แสดงเฉดสีของแต่ละข้อมูล

รูปที่ 21
แผนที่ที่ได้จากการแสดงเฉดสีของแต่ละเขต
4.3 การแสดง Label (แสดงข้อมูลด้วยตัวเลขหรืออักษร)
1) ในหมวด Data Source ให้เลือก Name , URL , Where
2) ใน Name column ให้เลือกคอลัมน์หรือฟิลด์ที่จะนำมาเป็น Label ในที่นี้ เลือก DNAME คือต้องนำชื่อเขตมาแสดงบนแผนที่

รูปที่ 22 การเลือกคอลัมน์หรือฟิลด์ที่จะนำมาเป็น
Label
3) ในหมวด Styles ให้เลือก Lable map features จากนั้นตัวเลือก Settings จะ Active ให้คลิ๊กที่ Settings
4) จะปรากฏหน้าต่าง Label Style มีตัวเลือกให้ปรับค่ารูปแบบต่างๆเหมือนโปรแกรมทั่วไป

รูปที่ 23 หน้าต่าง Label Style

รูปที่ 24 การแสดงผลของ Label
4.4 การปรับแต่ง Symbol เครื่องมือในการปรับแต่ง Symbol จะใช้เฉพาะข้อมูล Vector แบบ Point เท่านั้น จึงควรนำเข้าข้อมูลประเภท point เสียก่อน
4.3.1
การปรับแต่ง Symbol จากชุด
Symbol ที่มีอยู่
1) ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ ส่วนแสดง Style หรือ Change..
ก็ได้ ซึ่งจะพนหน้าต่าง Point
Style ที่สามารถปรับแต่งขนาดและสีของ
Symbolได้

รูปที่ 25 การเข้าหน้าต่าง Point Style
2) กรณีที่ต้องการใช้ Symbol จากที่อื่นก็สามารถทำได้ โดยในหน้าต่าง Symbol
Style ให้คลิ๊กที่ปุ่ม
จะพบหน้าต่าง Point Layer Symbol
Manager
3) จากนั้นให้เลือกที่ Add From File ซึ่งจะต้องเลือก
File ที่มีนามสกุล .smb โดยตัวโปรแกรม
Autodesk เองจะมี Symbol
ไว้ให้ที่C:\ProgramFiles\Autodesk\MapGuideAuthor6.5\Smb
(ดูรูปที่ 26)
4) เลือกชุด Symbol ที่ต้องการ ในที่นี้เลือก Balls.smb
(ดูรูปที่ 27)
5) ที่หน้าต่าง Point Layer Symbol
Manager จะมี Symbol รูปแบบต่างๆให้เลือกใช้ได้ตามต้องการ

รูปที่ 26 การเลือกชุด Symbol

รูปที่ 27 การเลือก Symbol รูปแบบต่างๆ

รูปที่ 28 การแสดงผลที่ได้จากการปรับแต่ง Symbol
4.3.1 การปรับแต่ง Symbol จากภาพ
1)
ในหน้าต่าง Symbol Style ให้คลิ๊กที่ปุ่ม
จะพบหน้าต่าง Point Layer Symbol
Manager
2) จากนั้นให้เลือกที่ Add From File สำหรับไฟล์ประเภทรูปภาพจะต้องเป็นนามสกุล .bmp ในที่นี้จะเลือกภาพ red cross.bmp

รูปที่ 29 การเลือกไฟล์ภาพ
3) ส่วนใหญ่ภาพที่จะนำมาทำ Symbol นั้นจะมีพื้นหลังติดมาด้วย
ซึ่งสามารถทำให้พื้นหลังนี้โปร่งใสได้ ซึ่งจะทำให้การแสดง Symbol ดูสวยงาม โดยเลือกที่
4)
จะพบหน้าต่าง Set Bitmap Transparency ให้เลือกเครื่องหมายถูกที่ Transparent จากนั้นใช้เครื่องมือคลิ๊กที่สี
ที่ต้องการทำให้โปร่งใส ในที่นี้เลือกสีขาว จากนั้นเลือก OK (ดูรูปที่ 30 และ 31)

รูปที่ 30 การใช้เครื่องมือทำให้ภาพโปร่งใส

รูปที่ 31 แสดงให้เห็นการโปร่งใสของสีพื้นหลัง

รูปที่ 32 การแสดงผลที่ได้จากการเลือกไฟล์ภาพมาทำเป็น Symbol
5. การใช้เครื่องมือ Display ranges
Display ranges เป็นเครื่องมือสำหรับการแสดงภาพแผนที่ที่แตกต่างกันเมื่อมีการ Zoom ในมาตรส่วนที่ต่างกัน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาข้อมูลที่มีเนื้อหาจำนวนมากและไม่สามารถแสดงผลได้ในการ Zoom ระดับเดียว เช่น แผนที่ประเทศไทยไม่สามารถแสดงถนนทุกสายและ Symbol ของแหล่งชุมชนจะทำได้เพียงแค่จุด แต่หลังจากที่ผ่านการ Zoom in ในระดับมาตราส่วนใหญ่ ก็จะสามารถแสดงในส่วนของถนนหนทางที่ละเอียดมากขึ้นและเมื่อ Zoom in เข้าไปอีกก็อาจจะแสดงในส่วนของอาคาร ขอบเขตถนน และเกาะกลางถนนได้ เป็นต้น
Display ranges อยู่ในหมวด Styles ของหน้าต่าง Map Layer Properties วิธีการใช้งานมีดังนี้
1) นำเข้าข้อมูลที่ต้องการ ในที่นี้ คือ ข้อมูลถนน
2) ไปที่หมวด Styles จะพบว่า Display ranges ที่ตั้งค่าไว้คือ 0 1,000,000,000,000
ซึ่งหมายถึง การตั้งค่า Styles ต่างๆ เช่น สี เส้น ตัวอักษร
จะแสดงผลให้เห็นได้ทุกระดับมาตราส่วน ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เหมาะสม

รูปที่ 33 ค่า Display ranges ในหมวด Styles

รูปที่ 34 การแสดงผลทุกระดับมาตราส่วนซึ่งไม่เหมาะสมกับระดับมาตราส่วนเล็ก
3)
ให้ลองเปลี่ยนระดับมาตราส่วนที่จะแสดงผลโดยเลือก
จะเป็นหน้าต่าง Display range
4) จากนั้นเลือกระดับมาตราส่วนที่ต้องการให้แสดงผล ในที่นี้เลือก
1 : 10,001 ถึง 1 : 50,000 แล้วเลือก OK

รูปที่ 35 การปรับค่าระดับมาตราส่วนที่จะแสดงผล
5) ปรับแต่งลักษณะสี เส้น ตัวอักษร ตามต้องการ ในที่นี้คือ เส้นสีแดง ความหนาระดับ 2 และไม่แสดงชื่อถนน ลักษณะดังกล่าวจะแสดงผลในระดับมาตราส่วน 1 : 10,001 ถึง 1 : 50,000 เท่านั้น

รูปที่ 36 ปรับแต่งลักษณะสี เส้น ตัวอักษรในระดับมาตราส่วนที่ตั้งค่าไว้

รูปที่ 37 แผนที่จะไม่แสดงเส้นถนนเพราะไม่อยู่ในระดับมาตราส่วนที่กำหนด

รูปที่ 38 แผนที่จะแสดงเส้นถนนในรูปแบบที่กำหนดเพราะอยู่ในระดับมาตราส่วนที่กำหนดไว้
6)
เมื่อต้องการแสดงแผนที่ในระดับมาตราส่วนที่มากขึ้นก็สามารถเพิ่มเติมได้โดยเลือก
จากนั้นตั้งค่าระดับมาตราส่วนที่ต้องการ
ในที่นี้คือ 0 ถึง 1 : 10,000
7) จะพบว่าที่แถบเลือกจะปรากฏระดับมาตราส่วนที่เพิ่มเข้า
โดยให้เลือกระดับมาตราส่วนที่ต้องการจะปรับแต่งในที่นี้คือ 0 ถึง 1 : 10,000

รูปที่ 39 แถบแสดงระดับมาตราส่วนที่เพิ่มเข้ามา
8) ปรับแต่งลักษณะสี เส้น ตัวอักษร ตามต้องการ ในที่นี้คือ เส้นสีดำ ความหนาระดับ 5 และแสดงชื่อถนน ลักษณะดังกล่าวจะแสดงผลในระดับมาตราส่วน 0 ถึง 1 : 10,000 เท่านั้น

รูปที่ 40 แผนที่จะยังแสดงผลในแบบแรกเพราะไม่อยู่ในระดับมาตราส่วนที่กำหนด

รูปที่ 41 แผนที่จะแสดงเส้นถนนในรูปแบบที่กำหนดเพราะอยู่ในระดับมาตราส่วนที่กำหนดไว้
วิธีการที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการใช้เครื่องมือที่สำคัญในเบื้องต้นเท่านั้น
ไม่สามารถลงลึกถึงรายละเอียดทั้งหมด ผู้ใช้สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมจากการฝึกใช้โปรแกรมและค้นพบวิธีการใหม่ๆ
หรือสามารถใช้ตัวช่วย
Help ได้ตลอดเวลา