About Us

  

การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ
(Web-Based Training Model Development)


 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
 

ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของ “หมู่บ้านโลก” เช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ในโลกและได้รับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งประกอบด้วยวิทยาการทางด้านคอมพิวเตอร์และการสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้เกิด การนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในสาขาต่าง ๆ อย่างกว้างขวางทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographical Information System--GIS) เพื่อวางแผนและบริหารสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ และควบคุม (CAD/CAM) ในภาคอุตสาหกรรม การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ การใช้ระบบสาธารณสุขทางไกล (tele-medicine) ในกิจการสาธารณสุข การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการและบริหารภาครัฐ (ไพรัช ธัชยพงษ์และพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์, 2541, หน้า 1) การที่เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้มีสมรรถนะที่สูงขึ้นทำให้มนุษย์สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้โดยง่าย อีกทั้งช่วยลดปัญหาอันเนื่องมาจากระยะทางและเวลาลงอย่างมากเนื่องจากการเติบโตของเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่ช่วยให้การสื่อสารหรือการเผยแพร่สารสนเทศไปยังผู้ใช้ ในแหล่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ ทำให้เกิด การแข่งขันกันพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศการรวมกันของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศจนกลายมาเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและส่งข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่องค์กรภาครัฐและเอกชนในปัจจุบันให้ความสนใจ

จากกระแสโลกาภิวัตน์และกระแสผลักดันต่าง ๆ ทำให้ไทยต้องแข่งขันกับนานาประเทศในด้านต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้ประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันและยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงทุกฝ่ายจึงได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนา “คน” และ“คุณภาพคน” โดยเห็นว่า “คนเป็นเหตุปัจจัยและผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ” ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าไปด้วยดี ด้วยประชากรที่มีคุณภาพจึงทำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาประชากรหรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย โดยได้มีการกำหนดนโยบายการพัฒนาคนลงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) ซึ่งมุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลางหรือจุดมุ่งหมายหลักของการพัฒนา โดยมุ่งให้ทุกคนมีการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพทั้งด้านสติปัญญาร่างกายและจิตใจและมีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน(สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2540, หน้า 1)

ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงให้ความสนใจในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร ทั้งนี้เพื่อสอดคล้องกับนโยบายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 อีกทั้งได้เล็งเห็นว่า “คน” เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งขององค์กร ที่สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างมหาศาล ดังนั้นองค์กรจึงต้องค้นหาและพัฒนาความรู้ ความสามารถและศักยภาพของคนธำรงรักษาให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ทำให้มีความสุขในการดำรงชีวิตอยู่ในองค์กร (สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ, 2543, หน้า 10) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับองค์กร จึงเป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบใน การปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น ทำให้ตัวบุคคลและองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กร วิธีการหนึ่งที่ใช้กันแพร่หลายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรไม่ว่าภาครัฐหรือภาคเอกชนก็คือ การฝึกอบรม (สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, 2540, หน้า 3-4) จึงเป็นการสอดรับกับแนวทาง การดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 และแนวทางในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 ที่เน้นการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาคนให้มีความรู้ ทักษะและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2543ก, 2543ข) ซึ่งจะได้กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศใน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มแรกกระทั่งปัจจุบัน

ประเทศไทยเองได้เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ในงานด้านต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชนมาตั้งแต่ประมาณปี 2504 โดยเริ่มใช้ในงานด้านการจัดทำสถิติสำมะโนประชากร หลังจากนั้นเป็นต้นมามีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ โดยในองค์กรภาคเอกชนนั้นมีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานอย่างกว้าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์เอกสาร การบันทึกเก็บข้อมูลในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งนำระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System--MIS) มาช่วยจัดการงานด้านการผลิต การสั่งซื้อ การพัสดุ การเงิน บุคลากร ในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบรถยนต์ ปฏิบัติการการผลิตต่าง ๆ ในธุรกิจทางด้านสถาบันการเงิน ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของ ATM เพื่ออำนวยความสะดวกใน การฝากถอนโอนเงินและมีการนำคอมพิวเตอร์ระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้ามาช่วยปฏิบัติงานทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลธนาคารเป็นไปอย่างรวดเร็วและสามารถเชื่อมโยงกับธนาคารอื่นได้ ในงานพาณิชย์ได้มีการนำระบบรหัสแท่ง (bar-codes) มาใช้ใน การคำนวณราคาสินค้ารวมถึงงานด้านการศึกษาและฝึกอบรม การประยุกต์คอมพิวเตอร์ในงานด้านการฝึกอบรมของไทยนั้นมีมากมายหลายอย่างแต่ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือคอมพิวเตอร์ช่วยฝึกอบรม (Computer-Based Training--CBT) โดยจัดทำเป็น โปรแกรมบทเรียน (courseware) ซึ่งมีคำอธิบายและแบบฝึกหัดสำหรับให้ผู้เรียนนั่งเรียนกับคอมพิวเตอร์ พอผู้เรียนอ่านคำอธิบายเสร็จ คอมพิวเตอร์ก็จะตั้งคำถามทบทวน ความเข้าใจต่อมามีการนำเทคโนโลยีด้านสื่อประสม (multimedia) เข้ามามีบทบาท เพิ่มมากขึ้น ทำให้บทเรียนในการฝึกอบรมนั้นมีทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียงและภาพเคลื่อนไหว จึงเกิดการพัฒนามาเป็นการฝึกอบรมผ่านสื่อประสม (Multimedia-Based Training--MBT) (ครรชิต มาลัยวงศ์, 2542, หน้า 32) จากนั้นบทเรียนในการฝึกอบรมมีการพัฒนาโดยนำมาบรรจุใส่ compact disk (CD-ROM) เนื่องจากมีความจุมากกว่าแผ่นดิสก์ถึง 600 เท่าและสามารถบันทึกบทเรียนซึ่งมี รูปแบบเป็นสื่อประสมและมีการใช้หน่วยความจำมากขึ้นหลายเท่าได้ โดยการใช้ สื่อประสมในการฝึกอบรมมีประโยชน์มากมายหลายด้าน (กิดานันท์ มลิทอง, 2543, หน้า 275) เช่น

1. ดึงดูดความสนใจของผู้เรียน เนื่องจากบทเรียนแบบสื่อประสมเป็นลักษณะของการใช้สื่อในหลายมิติ จึงดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี

2. การสืบค้นเชื่อมโยงฉับไว ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ ได้กว้างขวางและหลากหลายโดยไม่จำเป็นต้องเรียนไปตามลำดับเนื้อหา

3. การโต้ตอบระหว่างสื่อและผู้เรียน บทเรียนสื่อประสมจะมีจุดเชื่อมโยงหลายมิติเพื่อให้ผู้เรียนกับสื่อมีปฏิสัมพันธ์กันได้ในลักษณะเชิงโต้ตอบ

4. ใช้สารสนเทศหลากหลาย ด้วยการใช้ซีดีและดีวีดีในการให้ข้อมูลและสารสนเทศในปริมาณที่มากมายและหลากหลายรูปแบบเกี่ยวกับเนื้อหาบทเรียน

5. ทดสอบความเข้าใจ ผู้เรียนบางคนอาจจะไม่กล้าถามข้อสงสัยหรือตอบคำถามในห้องเรียน การใช้สื่อประสมจะช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้โดยการใช้ในลักษณะของการศึกษารายบุคคล

6. สนับสนุนความคิดรวบยอด สื่อประสมสามารถแสดงสารสนเทศเพื่อสนับสนุนความคิดรวบยอดของผู้เรียน โดยเสนอสิ่งที่ให้ตรวจสอบย้อนหลังและแก้ไขจุดอ่อนในการเรียน

ภายหลังเมื่อมีการนำเทคโนโลยีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) มาใช้ซึ่งเป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ โปรแกรม ข้อมูลต่างๆ หรือแม้กระทั่ง บุคลากรผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่อย่างกระจัดกระจายให้เข้าถึงกัน อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่มาก ที่สุดที่ครอบคลุมทั่วโลกเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารข้อมูล โดยลักษณะของ สื่อประสมในอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมมาก คือ เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web-- WWW) ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างโฮสต์ที่เป็นเวิลด์ไวด์เว็บเซิร์ฟเวอร์ (กิดานันท์ มลิทอง, 2540, หน้า 321) ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งทางด้านการศึกษา การวิจัย การค้นหาข้อมูล และยังสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ในทางธุรกิจการค้าอีกด้วย งานด้านการฝึกอบรมก็เป็นอีกงานหนึ่ง ที่มีการนำเทคโนโลยีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของเวิลด์ไวด์เว็บมาใช้ในการอำนวยความสะดวก และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดดำเนินการฝึกอบรมให้แก่พนักงานในองค์กร โดยการฝึกอบรมในลักษณะดังกล่าว เรียกว่า “การฝึกอบรมผ่านเว็บ” (Web-Based Training--WBT) เป็นการประยุกต์วิธีการสอนในรูปแบบต่าง ๆ หลายรูปแบบโดยการใช้เว็บเป็นแหล่งเก็บเนื้อหาบทเรียนตามหลักสูตร อีกทั้งเป็นการเรียนรู้โดยประกอบด้วยข้อความ ภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ

นอกจากนี้ การฝึกอบรมผ่านเว็บเป็นรูปแบบการฝึกอบรมที่ช่วยให้องค์กร ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการจัดฝึกอบรมแบบเดิมที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และเสียเวลาในการทำงานปกติของพนักงานอีกด้วย การฝึกอบรมผ่านเว็บเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเข้าศึกษาบทเรียนที่ต้องการได้จากสถานที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นที่ทำงานของตน เสมอไป จึงเป็นแนวทางที่ดีให้พนักงานในองค์กรที่จะได้แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังสามารถควบคุมบทเรียนได้ตาม ความต้องการและความสามารถ ทำให้เหมาะสมกับความแตกต่างในการเรียนรู้ของพนักงานแต่ละคนซึ่งไม่เท่าเทียมกัน บทเรียนยังมีรูปแบบในการนำเสนอเนื้อหาที่สร้างความดึงดูดใจให้กับผู้เรียนไม่ให้รู้สึกเบื่อหน่าย (Relan & Gillani, 1997, pp. 41-46) ดังนั้นการฝึกอบรมผ่านเว็บจึงเป็นที่น่าจับตามองว่า ในอนาคตจะมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้นในการนำมาใช้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด

จากข้อดีของการฝึกอบรมผ่านเว็บดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการฝึกอบรมผ่านเว็บ เป็นวิธีการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง ผู้เรียนสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ทุกเวลาและ ทุกสถานที่ จึงเป็นแนวทางการศึกษาหาความรู้ของมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์รูปแบบใหม่ที่เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรต่าง ๆ จะปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการฝึกอบรมจากเดิมที่ เคยจัดดำเนินการในห้องเรียนหรือห้องสัมมนามาเป็นการฝึกอบรมผ่านเว็บซึ่งเป็น อีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพในการปฏิบัติงานและสามารถปรับตัวให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ข้าพเจ้าจึงขอนำเสนอดุษฎีนิพนธ์เรื่องการพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บโดยมุ่งที่จะพัฒนาและนำเสนอรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรในประเทศไทยให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไป


วัตถุประสงค์ของการศึกษา
 

เพื่อพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บสำหรับบุคลากรขององค์กรโดยใช้กระบวนการการฝึกอบรมผ่านเว็บแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อออกแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บแบบมีส่วนร่วมสำหรับบุคลากรขององค์กร

2. เพื่อพัฒนาการฝึกอบรมผ่านเว็บแบบมีส่วนร่วมสำหรับบุคลากรขององค์กร

3. เพื่อใช้งานและประเมินผลการฝึกอบรมผ่านเว็บแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองสำหรับบุคลากรขององค์กร

ขอบเขตของการวิจัย
 

ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้กำหนดขอบเขตการวิจัยออกเป็น 2 ส่วน คือ ขอบเขตด้านเนื้อหาการวิจัยและขอบเขตด้านประชากรที่ใช้ในการวิจัย ดังนี้

ขอบเขตด้านเนื้อหาการวิจัย

ผู้วิจัยจะพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บสำหรับบุคลากรขององค์กรภาครัฐและเอกชนโดยใช้กระบวนการการฝึกอบรมผ่านเว็บแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองซึ่งประกอบด้วยขั้นการออกแบบ ขั้นการพัฒนา และขั้นการใช้งานและการประเมินผลซึ่งในขั้นนี้ได้ดำเนินการฝึกอบรมผ่านเว็บที่ได้พัฒนาขึ้นโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเข้ารับการฝึกอบรมผ่านเว็บเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์และจะเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้

1) การทดสอบก่อนการฝึกอบรมผ่านเว็บ

2) การทดสอบหลังการฝึกอบรมผ่านเว็บ และ

3) การสอบถามความพึงพอใจในการฝึกอบรมผ่านเว็บ หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ปัจจัยและปัญหาที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมผ่านเว็บโดยใช้ข้อมูลจากการอภิปรายผ่านอินเทอร์เน็ตและในขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัยจะพัฒนาและนำเสนอรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บที่เหมาะสมกับบุคลากรในองค์กร

ขอบเขตด้านประชากรที่ใช้ในการวิจัย

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้ใช้ประชากรซึ่งเป็นบุคลากรขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดที่สนใจจะเข้ารับการฝึกอบรมผ่านเว็บหลักสูตรการใช้ google earth กับงานสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยจัดทำหนังสือถึงองค์กรที่ปฏิบัติงานทางด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อขอความร่วมมือและแจ้งให้บุคลากรขององค์กรได้รับทราบ และหากบุคลากรท่านใดสนใจที่เข้ารับการฝึกอบรมผ่านเว็บก็ให้ติดต่อสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.bangkokgis.com โดยกำหนดเกณฑ์ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมผ่านเว็บไว้ดังนี้

1. เป็นบุคลากรขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

2. มีความต้องการพัฒนาทักษะการใช้ google earth กับงานสารสนเทศภูมิศาสตร์

3. มีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์พร้อมสำหรับการฝึกอบรมผ่านเว็บตลอดระยะเวลาการวิจัย

4. ใช้บริการอินเทอร์เน็ตประมาณ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไป

จากนั้นผู้วิจัยจะได้คัดเลือกผู้สมัครเข้าร่วมการฝึกอบรมผ่านเว็บตามเกณฑ์ที่กำหนดและมีความเหมาะสมกับการวิจัยครั้งนี้ ตามลำดับที่สมัครโดยรับจำนวน 40 ท่านแรกเท่านั้นมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง

นิยามศัพท์เฉพาะ

การฝึกอบรม หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างหรือเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความสามารถ และเจตคติ อันจะช่วยปรับปรุงให้การปฏิบัติงาน มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

การฝึกอบรมผ่านเว็บ หมายถึง โปรแกรมการฝึกอบรมที่มีไฮเปอร์มีเดียและองค์ประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ในเว็บมาใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และ มีความหมายซึ่งการเรียน ต่างเวลา ต่างสถานที่ มีการร่วมมือการทำงานผ่านเครือข่าย และผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ขึ้นมาเองและเกิดการเรียนรู้ในระดับสูงได้ มีแนวทางโดยมีผู้สอนเป็นผู้ชี้แนะ ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกและจัดหาแหล่งข้อมูล วิธีการศึกษาและประเด็นในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนตามความต้องการของผู้เรียนและ เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

รูปแบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-Based Training--WBT) หมายถึง รูปแบบการเรียนรู้การฝึกอบรมทางไกลรูปแบบหนึ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีพื้นฐานมาจาก การใช้คอมพิวเตอร์ในการฝึกอบรม โดยการเพิ่มการใช้เทคโนโลยีเพื่อการฝึกอบรมผ่านทาง TCP/IP (The Transmission Control Protocal/The Internet Protocal) และ HTTP (Hyper Text Transier Protocal) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่อเมื่ออยู่ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (World Wide Web--WWW) โดยสามารถใช้ร่วมกับสื่อประสม เช่น ภาพ เสียง ภาพประกอบเสียง ซึ่งในที่นี้เป็นการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง คือ การที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมรับผิดชอบควบคุม การเรียนรู้และการปรับปรุงการเรียนรู้ของตนเองโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ผู้เรียนวินิจฉัยความต้องการในการเรียนรู้ที่แท้จริง ของตน กำหนดเป้าหมายและจุดประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะการเรียน วางแผนการเรียน โดยเลือกและออกแบบยุทธวิธีการเรียนที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การกำหนด สื่อการเรียน แหล่งความรู้และบุคลากรที่เกี่ยวข้องรวมทั้งวิธีการและเกณฑ์ การประเมินผลในบรรยากาศที่เป็นอิสระโดยจะดำเนินการด้วยตนเองหรือร่วมมือกับ ผู้อื่นก็ได้

การสื่อสารโทรคมนาคม หมายถึง การส่งสารสนเทศในรูปแบบของตัวอักษร ภาพ เสียง โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือการติดต่อสื่อสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยใช้พลังงานไฟฟ้าให้ไหลไปตามสายเคเบิลทองแดง เคเบิลเส้นใยนำแสง หรือโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งสัญญาณขึ้นไปในบรรยากาศ เช่น การส่งวิทยุ โทรทัศน์ การส่งคลื่นไมโครเวฟและการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมโดยจุดที่ส่งข่าวสารกับจุดรับจะอยู่ห่างไกลกันและข่าวสารที่ส่งจะเฉพาะเจาะจงผู้รับคนใดคนหนึ่งหรือส่งให้ผู้รับทั่วไปก็ได้

อินเทอร์เน็ต หมายถึง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ย่อย ๆ (a network of networks) ซึ่งติดต่อถึงกันด้วยคอมพิวเตอร์ชนิดต่างๆ กระจายอยู่ทั่วโลกกิจกรรมพื้นฐานที่จัดให้บริการทางอินเทอร์เน็ตประกอบด้วย การรับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การส่งข้อความ การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อเข้าใช้งานกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การสนทนาแบบโต้ตอบกัน การอภิปราย การส่งจดหมายเวียนและการค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ

องค์กร หมายถึง หน่วยทางสังคมซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการดำเนินการให้บรรลุผล โดยได้ออกแบบระบบโครงสร้างและระบบของการประสานกิจกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตลอดจนการเชื่อมสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมภายนอก
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลคะแนนการทำแบบทดสอบหลังจากจบ การฝึกอบรมผ่านเว็บโดยพิจารณาความรู้และทักษะการใช้งานด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ความพึงพอใจในการฝึกอบรมผ่านเว็บ หมายถึง ความพึงพอใจของผู้เข้ารับ การฝึกอบรมในการฝึกอบรมผ่านเว็บที่แสดงออกในรูปของคะแนนที่ได้จากการตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการฝึกอบรม

ปัจจัยและปัญหาในการฝึกอบรมผ่านเว็บ หมายถึง ปัจจัยและปัญหาจาก การฝึกอบรมผ่านเว็บที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลหลังจากจบการฝึกอบรมผ่านเว็บ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้หลักปฏิบัติในการฝึกอบรมผ่านเว็บโดยใช้กระบวนการฝึกอบรมผ่านเว็บตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโครงการที่เหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียนและช่วยให้การเรียนรู้ของผู้เข้าอบรมผ่านเว็บซึ่งเป็นผู้เรียนวัยผู้ใหญ่มีคุณภาพและประสพผลสำเร็จมากขึ้น
2.ได้วิธีการใหม่ ๆ สำหรับผู้บริหารงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นักฝึกอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการฝึกอบรมผ่านเว็บขององค์กรต่าง ๆ ที่กำลัง จะเริ่มโครงการฝึกอบรมผ่านเว็บสามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ประกอบการออกแบบ การพัฒนาและการดำเนินงานการฝึกอบรมผ่านเว็บให้มีประสิทธิภาพ
3.ได้รูปแบบการฝึกอบรบผ่านเว็บที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาบุคลากรใน
องค์กรให้มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและสร้างโอกาสมากขึ้นในการเรียนรู้สิ่งที่จะช่วยนำมาพัฒนางานขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืนมากขึ้น
 

กลับด้านบน

 

@2007 Web Based Training

ดูได้ดีที่ 1024 x 768